สิ่งที่ต้องระมัดระวัง เมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม

เที่ยวเวียดนาม มีคนเยอะมากที่เข้าไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางคนก็บางครั้งอาจจะไปกับทัวร์เวียดนาม ซึ่งจัดว่าประเทศนี้เป็นที่นิยมจากคนประเทศไทยมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสวยสดงดงามทางธรรมชาติแล้วก็สถานที่ท่องเที่ยวที่มีเรื่องมีราวราวทางประวัติศาสตร์อยู่จำนวนมาก ถึงเวียดนามจะเป็นเมืองที่มีความสวยงามรวมทั้งน่าท่องเที่ยว แต่จำไว้ว่าไม่ว่าที่แหน่งใดก็มีเรื่องมีราวที่จะต้องให้ระวังเนื้อระวังตัวอยู่เป็นประจำ ขณะนี้เราจะมาพูดถึงในเรื่องของสิ่งที่ต้องระมัดระวังเมื่อไปท่องเที่ยวที่เวียดนาม
ข้อระวัง
1.รถแท็กซี่
คนไทยบางทีอาจจะเคยได้เห็นเสมอๆว่าแท็กซี่ในไทยนั้นชอบโกงค่าใช้จ่ายในการใช้โดยสาร หรือชอบเหลือตังค์ทอนเป็นเศษๆนั้นก็เพื่อได้ฮุบเงิน เรื่องแบบงี้แม้แต่ที่เวียดนามก็มีเหมือนกันเพราะเหตุว่าคนขับบางคนเมื่อเราถึงที่หมายแล้ว จะทอนสตางค์ไม่ครบแล้วก็กล่าวถึงว่าขาดเงินทอน มันก็เปลี่ยนเป็นว่าผู้ขับนั้นได้ตังค์แบบสบายๆแต่ว่าในประเด็นนี้พวกเรามีทางแก้อยู่ก็คือจำต้องซื้อเอาเงินทอนจากผู้ขับให้ได้ นั่งรออยู่บนรถนั่นแหละโน่นก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าพวกเราไม่ยินยอมให้เขาทุจริต สักครู่ครู่หนึ่งหากเขาหงุดหงิดเขาก็จะถอนเราไปเอง แต่ว่าในกรณีนี้ใช้ได้กับแท็กซี่บางครั้งบางคราวแค่นั้น ทัวร์เวียดนามราคาถูก ทัวร์เวียดนามราคาถูก เนื่องจากหากเจอผู้ขับโลภแถมพูดจาไม่รู้เรื่องอีกก็อาจจำต้องทำใจแล้วล่ะ
2. ชื้อของ ที่ขึ้นป้ายแจ้งชัด
คุณต้องซื้อของที่ราคาแพงป้ายติดกระจ่างแจ้งเพื่อเลี่ยงการคดโกงราคา เพราะว่าบางเวลาจับจ่ายซื้อของชิ้นเดียวกันประเภทเดียวกันแล้วยังในร้านเดียวกันอีกแม้กระนั้นผู้ขายก็เจาะจงราคาต่างกัน ดังนั้นอย่าไปซื้อกับร้านที่ไม่มีป้ายติดราคา แต่ว่าถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องพยายามต่อราคาให้ลงมากที่สุด
3. รับประทานอาหารตรงนี้ ไม่มีน้ำฟรี
เป็นเรื่องที่ต่างจากบ้านพวกเรา ห้องอาหารทั่วๆไปในบ้านพวกเรานั้นไม่ว่าจะข้างตอกตรอกหน้าหมู่บ้าน หรือส่วนไหนหรือที่ไหนก็ช่างส่วนใหญ่แล้วจะมีบริการกินน้ำให้กับลูกค้าอยู่ตลอด แต่ที่เวียดนามนั้นถ้าหากว่าไม่สั่งน้ำเขาก็ไม่มาส่งให้ เพราะเหตุว่าผู้ที่นี่ส่วนใหญ่นิยมดื่มน้ำชามากกว่านั่นเอง แม้กระนั้นหากว่าสั่งน้ำเปล่าทางร้านค้าก็จะเอาน้ำดื่มมาขายให้เป็นขวด
4. ระวังเงินหาย
ไม่ว่าที่ไหนๆก็ย่อมมีมิจฉาชีพ จะต้องบอกนะว่าประเทศเวียดนามนี่ขึ้นชื่อลือชาที่ 1 ในเรื่องของมือไวในการล้วงสินทรัพย์นักท่องเที่ยว โดยยิ่งไปกว่านั้นในย่านชุมชนที่มีคนคึกคกก็ยิ่งเป็นจุดที่จะลงมือล้วงกระเป๋าได้อย่างสะดวก ด้วยเหตุผลดังกล่าวคุณควรต้องเก็บของที่มีค่าไว้ตู้นิรภัยแรมหรือหากจะต้องคัดแยกออกมาด้วยข้อควรจะเก็บเอาไว้กับตัวให้อยู่ข้างหน้าอย่างมิดชิด และคุณจำเป็นจะต้องดูการกระทำของผู้คนรอบข้างอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะผู้ที่แอบเนียนเข้ามาอยู่ใกล้ๆเรานั่นเอง

5 สถานที่เที่ยวที่ต้องไปเยือน เมื่อไปประเทศญี่ปุ่น!!

ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ใครกันแน่ที่กำลังอยากไปเมืองนอกเพื่อหลบร้อนหรือกำลังคิดแผนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างชาติ หนึ่งในตัวเลือกที่หลายชคนอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่างแน่นอน เพราะว่าด้วยอากาศที่เย็นสบายรวมทั้งวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกับบ้านพวกเรา วันนี้จึงอยากจะชี้แนะสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่น ที่หากไปแล้วไม่ถึงถือว่ามิได้มาท่องเที่ยวตรงนี้!! มีที่ไหนบ้างนั้นตามมาเลย
1. วังอิมพิเรียล
ชื่อเดิมได้ชื่อว่าพระราชวังเอโดะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นในเมืองโตเกียว เพราะเป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งวงศ์สกุลเมจิ แล้วก็เดิมที่นี่เป็นหมู่บ้านประมงเล็กที่ชื่อว่า เอโดะ ซึ่งภายในนั้นถูกโอบล้อมด้วยคูเมืองมีทางเข้าที่สวยสดงดงามรวมทั้งป้อมปราการเก่าแก่ที่อยู่ห่างกันเป็นช่วงๆภายในสวนตกแต่งไปด้วยดอกไม้หลายประเภทแล้วจะเบ่งบานตามแต่ฤดู ซึ่งจะเปิดให้คนภายนอกเข้าชมตามวาระพิเศษต่างๆ
2. เมืองโตเกียวทาวเวอร์
เป็นหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ที่เด่นตั้งโด่งอยู่เขตไม่โนะโตะในกรุงเมืองโตเกียว เป็นสถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมายก่ายกองเพราะว่าในหนึ่งปีนั้นจะมีบุคคลที่มาท่องเที่ยวสูงถึง 2,000,000 ถึง 5,000,000 คน ทั้งที่นี่ยังคงเป็นเหมือนเครื่องหมายแสดงถึงอำนาจและอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจของโลก ซึ่งเป็นที่ถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์วิทยุ ซึ่งได้แรงผลักดันมาจากหอคอยสูงในปรงปารีสนั่นเอง ซึ่งหอคอยจะเปิดทำการตั้งแต่ 09.00-20.00 น. โดยไม่มีทางหยุด แล้วก็ด้านในหอสังเกตการณ์นั้นก็มีห้องอาหารแล้วก็หุ่นขี้ผึ้งคนมีชื่อเสียงต่างๆอีกด้วย
3. ภูเขาฟูจิ
เป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในประเทศประเทศญี่ปุ่น ที่มีความสูงถึง 3,776 เมตรตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยะมะนะชิแล้วก็ชิซุโอะกะ รอบรอบของภูเขาไฟนั้นเต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม รวมทั้งเป็นอุทยานแห่งชาติฟูจิฮะโกะเนะอิซุ มีทะเลสาบ 5 แห่ง ดังเช่นว่า ยะมะนะกะโกะ คะวะงุจิโกะ โมโตสุโกะ โชจิโกะ ไซโกะ รวมทั้งมีออนเซนหลายแห่งอย่างมากมาย เที่ยวญี่ปุ่น นับว่าเทือกเขาฟูจินั้นมีอิทธิพลต่อศิลป์วัฒนธรรมของญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัทสินค้าหรืออื่นๆอีกมากมายก็ล้วนจะมีชื่อว่าฟูจิ ที่กลายเป็นเอกลักษณ์และก็เป็นหัวใจของคนประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้
4. โอซาก้า
เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดชั้นลำดับที่สามของประเทศญี่ปุ่นแล้วก็เป็นศูนย์รวมด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำโยดะมีคลองที่เชื่อมโยงกันไปๆมาๆด้านในถนนหนทางหลายสาย ถ้าเกิดมาถึงโอซาก้านั้นจำเป็นต้องท่องเที่ยวที่วังโอซาก้า ซึ่งกาลครั้งหนึ่งเคยเป็นประสาทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ผลิตขึ้นในปี 1586 เที่ยวญี่ปุ่น โดย โทโยโทรมิ ฮิเดโยชิ เดี๋ยวนี้โอซาก้าเปลี่ยนเป็นแหล่งบันเทิงและเขตช้อปปิ้งที่มีสถานีรถไฟฟ้ารวมทั้งศูนย์การค้าใต้ดินที่ล้ำยุคอยู่ล้นหลาม ทั้งโอซาก้านั้นยังเป็นเมืองสำหรับนักลองอย่างแท้จริงซึ่งของกินขึ้นชื่อลือนามของตรงนี้ก็คือ ยากินิกุ , ซูชิ แล้วก็ทาโกะยากิ
5. เขตชินจูกุ / ฮาราจูกุ / โอไดบะ
เมื่อมาถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วสิ่งหนึ่งที่จะไม่ไปมิได้เลยก็คือการช้อปปิ้งซึ่งที่ญี่ปุ่นนั้นมีแหล่ง ช้อปปิ้งที่หลายที่เอามากๆซึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือย่าน คุ้นชินจุกุ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นำสมัย มีสถานเริงรมย์ในช่วงเวลาค่ำคืนที่มีชื่อเสียงมหาศาล ฮาราจูกุ โอไดบะ เป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ เนื่องจากว่ามีทั้งยังแหล่งบันเทิงขนาดใหญ่มีกระเช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วส่วนมากเราคนรักวัยรุ่นก็มักนิยมมาขึ้นชิงช้าเพื่อชมวิวทัศนียภาพในช่วงกลางคืนกัน

4 สถานที่เที่ยวเวียดนาม ไปไม่ไกล ประหยัด อุ่นใจเรื่องเงิน

ทัวร์เวียดนาม เวียดนามเป็นอีกประเทศหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับบ้านพวกเรา การเดินทางอะไรก็สะดวกไปหมด รวมแม้กระทั้งการกินก็เบาๆไม่ใช้เงินเยอะแยะ เพราะเหตุว่าแบบนี้ตรงนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นประเทศที่คนจำนวนไม่น้อยถูกใจมาเที่ยวกันในวันหยุด วันนี้ก็เลยต้องการจะมาแนะนำสถานที่เที่ยวในเวียดนาม ที่บอกเลยว่าดีต่อหัวใจใครๆก็ชอบ มาดูเลยคะว่ามีที่ไหนบ้าง
1. โฮจิมินห์ ซิตี้
(The Cafe Apartment)
นี่เป็นคาเฟ่ชิวๆที่เหมาะกับการนั่งจิบชารับประทานขนมเค้กและจากนั้นก็เซลฟี้เป็นที่สุด ซึ่งการตกแต่งของแต่ละร้านค้าในตึกนี้ก็จะมีสไตล์การตกแต่งที่ไม่เหมือนกันออกไป ซึ่งที่นี่ก็จะมีทั้งสิ้น 9 ชั้นก็จะมีพวก ร้านกาแฟ ห้องอาหาร ร้านเสื้อผ้าต่างๆจำเป็นต้องบอกเลยว่าที่นี่ได้ถูกรีโนเวทให้แปลงเป็น The Cafe Apartment ที่แห่งนี้ตึกที่นี้เคยเป็นบ้านพักของทางรัฐบาลทหารในช่วงปี 1950 ก็คือในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เวลานี้ก็แปลงเป็นตึกที่มีร้านค้าคาเฟ่ร้านบูติกต่างที่บอกเลยว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เสมือนที่ใดเลยจ๊า
2. เกิ่นเทอ
(Can Tho)
เป็นเมืองที่ไม่เล็กไม่ใหญ่รวมทั้งไม่วุ่นวายล้นหลาม คุณสามารถมาไปเที่ยวเล่นได้อย่างสบายใจได้ซึ่งที่นี่เขาจะมีตลาดน้ำที่สามารถนั่งเรือท่องเที่ยวได้ เพื่อที่จะชมบรรยากาศการใช้ชีวิตกลางน้ำของชาวเกิ่นเทอ ซึ่งตลาดน้ำแห่งนี้เป็นตลาดนัดในต้นแบบเริ่มแรกนะทุกคนหาดูได้ยากมาก แล้วคนที่ถูกใจกินแน่ๆว่าจะพลาดมิได้เลยเพราะว่าตรงนี้ยังมีห้องอาหารแบบเวียดนามแบบสตรีทฟู้ดเยอะมากๆมีตลาดกลางคืน มีศาลเจ้า และมีของกินที่อร่อยที่กล่าวว่าเด็ด!ไม่แพ้เมืองใหญ่ของเวียดนามเลยล่ะค่ะ
3. ถ้ำซันดอง
(Son Doong Cave)
เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Phong Nha-Ke Bang เป็นถ้ำที่มีความโบราณเรียกว่าเก่ากึกมากๆเพราะเหตุว่าอายุของถ้ำแห่งนี้มีอายุโดยประมาณ 2-5 ล้านปีเป็นอายุที่ยืนยาวมากๆแล้วทีเด็ดของถ้ำแห่งนี้ก็คือด้านในหุบเขามีความกว้างถึง 200 เมตรสูง 150 เมตรแล้วก็มีความยาวถึง 9 กม.อีกด้วย ถ้ำที่นี้ก็เลยได้รับการบรรจุให้แปลงเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วบอกเลยจ๊าภายในนี้ยังมีพื้นที่อีกเยอะมากที่นักตรวจสอบยังไปไม่ถึงนะคะ เพราะการสำรวจนั้นสามารถทำเป็นเพียงแค่ฤดูแล้งเท่านั้น มิเช่นนั้นน้ำมันก็จะขึ้นมันจึงทำให้เข้าไปตรวจไม่ได้นั่นเองจ้ะ
4. ถ้ำฟองญา
(Phong Nha เที่ยวเวียดนาม Caves)
ตั้งอยู่ด้านในอุทยานแห่งชาติฟองญา ที่นี่เป็นภูเขาหินปูนที่แก่มากกว่า 400 ล้านปี แล้วถูกได้รับการสรรเสริญให้มีความเป็นที่สุดถึง 7 อย่างด้วยกันเลยก็คือ ถ้ำในน้ำยาวที่สุด เที่ยวเวียดนาม มีปากถ้ำกว้างแล้วก็มากที่สุด มีเนินทรายและก็หินใต้น้ำงามที่สุด มีทะเลสาบน้ำจืดในถ้ำงามที่สุด มีหินงอกหินย้อยทรงต่างๆงดงามที่สุด มีลำธารลอดภูเขายาวที่สุด (13,969 เมตร) รวมทั้งถ้ำที่มีทั้งแห้ง ทั้งยังกว้างและงามที่สุด อย่างงั้นจะพลาดไม่ได้เลยจ๊าขา

6 สถานที่น่าไป ในเมืองเว้ เมืองมรดกโลกในเวียดนาม!!

ทัวร์เวียดนาม เว้ เป็นชื่อของเมืองหลวงของจังหวังถัวเทียน-เว้ ประเทศเวียดนาม เคยเป็นเมืองหลวงเก่าในสมัยราชวงศ์เหงียนช่วงปี พ.ศ. 2345-2488 ซึ่งเมืองเว้นั้นมีโบราณสถานอยู่ทั่วไปทั้งเมือง จึงได้ถูกยกย่องให้กลายเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกอีกด้วย และเมืองเว้นั้นส่วนมากจะมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนตลอดทั้งปี วันนี้จะขอมาแนะนำสถานที่น่าไปในเมืองเว้ เมืองที่ไหนน่าไปน่าเที่ยวบ้าง ตามมา!!
1. นครจักรพรรดิ หรือนครต้องห้าม
Imperial Enclosure ทัวร์เวียดนาม / Forbidden Purple City
เป็นนครที่อยู่กลางใจเมืองเป็นมรดกตกทอดที่ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์เหวียน พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นตามแบบแผนความเชื่อของชาวจีน มีการออกแบบให้มีกำแพงล้อมรอบราชวังถึง 3 ชั้น และจุดที่น่าสนใจของนครแห่งนี้ก็คือปืนใหญ่ 9 เทพเจ้า ที่หมายถึงเทพ 4 องค์ที่เป็นตัวแทนของฤดูกาลทั้ง 4 ฤดู และอีก 5 อย่างก็คือตัวแทนของธาตุ โลหะ น้ำ ไม้ ไฟ และดิน ในนครแห่งนี้บอกเลยว่ามีที่ให้ท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่คุณจะต้องแปลกใจและรู้สึกประทับใจอย่างแน่นอน
2. สุสานจักรพรรดิมินห์มาง
Tomb of Minh Mang
สุสานได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2383 จุดเด่นของสุสานแห่งนี้อยู่ที่บริเวณลานกว้างที่มีรูปสลักหินของเหล่า ช้าง ม้า ทหาร ขุนนาง ที่ตั้งเรียงรายอยู่ข้างทาง ถัดมาก็เป็นศิลาจารึกและพระตำหนักที่สามารถมองเห็นหลุมฝังพระศพเป็นเนินดินวงกลมขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยรั้วสูง แต่จริงๆแล้วก็ยังไม่ได้แน่ใจเลยว่าที่ฝังพระศพอยู่ตรงไหนกันแน่
3. สุสานของพระเจ้าไคดิงห์
Tomb of Khai Dinh
เป็นสุสานที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกร่วมกับสถาปัตยกรรมตะวันตก เกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่แปลกตาไม่เหมือนกันที่ไหนในโลก สุสานแห่งนี้ถูกสร้างในสมัยจักรพรรดิไคดิงห์ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสุสานของพระองค์แต่สุสานไม่ทันสร้างเสร็จก็ทรงสิ้นพระชนม์ไปเสียก่อน จึงได้ตกไปเป็นสุสานของพระราชโอรสแทน สุสานแห่งนี้ได้มีการตกแต่งไว้อย่างหรูหราโออ่าอีกด้วย
4. อุโมงค์หวิงห์ม็อก
Vinh Moc Tunnel
ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเว้มาทางทิศเหนือราว ทัวร์เวียดนาม 65 กิโลเมตร อุโมงค์แห่งนี้เคยเป็นที่หลบภัยทั้งหมู่จากการทิ้งระเบิดในสมัยสงคราม ซึ่งเมื่อก่อนนั้นก็มีคนอาศัยกินอยู่ที่อุโมงค์แห่งนี้เป็นเวลา 5 ปีอีกด้วย ภายในนั้นมีความยาวถึง 2,000 เมตรมีอยู่ 3 ชั้น และมีทางเข้าออกทังหมด 13 ทางนั้นเอง แต่การเที่ยวในอุโมงนี้หากใครเป็นคนที่กลัวที่แคบก็ไม่แนะนำการมาเที่ยวที่นี่นะคะ เพราะในอุโมงค์นั้นค่อนข้างที่จะมืดและแคบอยู่บ้าง
5. วัดนามซาว
Nam Giao
เคยเป็นวัดที่มีความสำคัญในสมัยราชวงศ์เหวียน ซึ่งจะมีบันไดทางเดินขึ้นไปบนแท่นวงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งในอดีตนั้นแท่นนี้ก็ได้ใช้เป็นการประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ โดยมีความเชื่อว่าแท่นกลมนี้คือสวรรค์ ซึ่งเหมือนกับเป็นตัวแทนของสวรรค์เบื้องบน ที่มนุษย์จะคอยขอพึ่งบารมีจากสวรรค์นั่นเอง

ไปเที่ยวช่วงไหนดีใน 4 ฤดูของประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลีราคาถูก บางคนต้องการจะไปท่องเที่ยวเกาหลีหรือกำลังจะจองไปทัวร์เกาหลีอยู่ ก็คงจะคิดละว่าจะท่องเที่ยวตอนไหน ที่ไปแล้วคุ้มค่าที่ได้ทั้งยังท่องเที่ยวบันเทิงใจรวมทั้งช้อปปื้ง วันนี้พวกเราจะพามาชี้แนะเพื่อให้คุณตรวจดูตนเองว่า ต้องการจะไปเที่ยวตอนไหนใน 4 ฤดูของประเทศเกาหลี
1. ประเทศเกาหลีฤดูหนาว
ตั้งแต่ธ.ค.- ก.พ.
อุณหภูมิจะอยู่ที่โดยประมาณ -5 ถึง -20 องศาเซลเซียส บอกเลยว่าอากาศหนาวมาก ใครกันแน่ที่อยากเล่นหิมะควรจัดแจงเสื้อกันหนาวไปแบบครึ้มๆหลายๆตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้า รองเท้า ถุงมือ หมวกหรือกางเกง สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คืออย่าลืมนำครีมทาผิวไปด้วยเนื่องจากว่าอากาศที่หนาวนั้นมันจะแห้งมากมายรวมทั้งทำให้ผิวแตกได้
สถานที่เที่ยวที่นิยมในฤดูนี้ก็คือ กิจกรรมตกปลาเทร้าท์ที่เมืองฮวาชอง เทศกาลจับปลาน้ำแข็งที่อินเจ และก็ลานไอน์สเก็ต ในทุกทุกกิจกรรมจะมีเครื่องใช้ไม้สอยให้เช่าซึ่งพวกเราไม่จำเป็นที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อที่จะไปให้ยุ่งยาก รับรองว่าการไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาวอย่างนี้ก็ฟินๆไปอีกในลัษณะหนึ่ง
2. เกาหลีฤดูใบไม้ผลิ
ตั้งแต่มีนาคม – พฤษภาคม
อุณหภูมิอยู่ที่ราวๆ 5-15 องศาเซลเซียส เป็นตอนๆที่อากาศกำลังเย็นสบายๆดอกไม้ต่างๆนานัปการสายพันธุ์ก็บานสะพรั่งไปทั่วทุกเมืองของประเทศเกาหลี
ฤดูนี้เป็นฤดูที่เหมาะกับการดูดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น ดอกซากุระ ดอกเชอรี่ หรือดอกแม็กโนเลียก็ตาม แนะนำให้ไปชมดอกเชอรี่บานที่ยนจุงโรถนนที่ทอดวนรอบล้อมอาคารสภานิติบัญญัติบอกเลยว่างามเอามาก คนไหนที่ต้องการจะมาดูดอกไม้ต่างๆในบรรยากาศสบายๆก็ควรจะมาในระยะนี้เลย
3. เกาหลีฤดูร้อน
ตั้งแต่มิ.ย. – ส.ค.
อุณหภูมิอยู่ที่ราวๆ 22-38 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของประเทศเกาหลี และก็อาจจะมีฝนกตกน้อย
ถึงอากาศจะร้อนแต่ว่าก็มีสถานที่เที่ยวยอดฮิตจำนวนมากที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก็ คือเทศกาลหมักโคลนโพเรียง ซึ่งมีแร่ธาตุที่มีคุณประโยชน์ต่อสภาพทางด้านร่างกายมากไม่น้อยเลยทีเดียว คนไหนกันแน่ที่มาประเทศเกาหลีช่วงนี้ต้องไม่พลาดกับเทศกาลหมักโคลนนี้ และก็จะพูดว่าในช่วงฤดูร้อนของเกาหลีนี้จะมีแต่งานเทศกาลต่างๆที่ให้สนุกสนานอยู่เสมอเวลา ที่ชอบท่องเที่ยวแบบตลกขบขันมาพร้อมกับเพื่อนเกลอแนะนำมาท่องเที่ยวฤดูนี้เลย
4. ประเทศเกาหลีฤดูใบไม้ร่วง
ตั้งแต่กันยายน – เดือนพฤศจิกายน
อุณหภูมิอยู่ที่ราวๆ 5-25 องศาเซลเซียส เป็นตอนๆที่ประเทศเกาหลีมีชีวิตชีวาที่ผ่องใส ใบเมเปิ้ลจะกลายเป็นสีส้มและสีแดงส่วนใบแปะก๊วยก็จะกลายเป็นสีเหลืองที่มีสีสันแสบตา
เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวผู้คนจำนวนมากรออย่างมากเพื่อมาชมมองใบไม้ที่เปลี่ยนสี แล้วก็แหล่งที่คนไปจำนวนมากที่สุดคือ ทัวร์เกาหลี อุทยานแห่งชาติซอรัคซานและก็เกาะนามิ
จะบอกเลยว่าประเทศเกาหลีนั้นเป็นประเทศที่ทุกคนสามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู เที่ยวเกาหลี เนื่องจากว่าในแต่ละฤดูนั้นมีความสวยงามและความน่าดึงดูดใจที่แตกต่างกันไป ซึ่งมันสุดแล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน และถ้าหากคุณต้องการจะไปเที่ยวละก็ขอแนะนำให้เรียนหาข้อมูงให้เรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวให้ดีก่อนที่จะไปเที่ยวประเทศเกาหลี

4 ฤดูกับ โทโฮระอุ สนุกท่องเที่ยวได้ในทุกฤดู

เที่ยวญี่ปุ่น โทโฮระอุ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่สวยสดงดงามที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือสุดของเกาะฮอนชู ที่เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่นี่ยังเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวยอดนิยมที่คนไหนมาท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นก็จำเป็นต้องแวะมาให้ได้ ที่สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูที่จะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
1. ฤดูใบไม้ผลิ
(ม.ย.-พ.ค.)
ในช่วงเวลากลางเดือนเมษาถึงต้นเดือนพฤษภาคุณสามารถดูความงามของดอกซากุระที่กำลังผลิบานไปทั่วรอบๆ ซึ่งจะบานตอนใต้จนไปถึงตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮปะทุ แม้กระนั้นถ้าเกิดคุณมาถึงตรงนี้แล้วหลังจากนั้นก็จะได้เห็นดอกไม้ต่างๆที่สวย ที่จะมีความคิดว่าเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน ซึ่งบางพื้นที่ก็อาจจะมีหิมะที่คงเหลือให้ชมกัน และจุดที่สำคัญที่จะจำเป็นต้องท่องเที่ยวให้ได้เลยก็คือปราสาทชึรุกะหรือพระราชวังนกกระเรียน ซึ่งที่นี่จะเต็มไปด้วยประวัติความเป็นมาศาสตำนานซามูไร แล้วเป็นวังที่โด่งดังสูงที่สุดของภูมิภาคที่นี้
2. หน้าร้อน
(เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม)
เป็นตอนฤดูร้อนของญี่ปุ่นพี่สภาพภูมิอากาศในภูมิภาคโทโฮลุกจะมีอากาศเย็นสบาย ด้วยเหตุว่ามีลมทะเลพัดผ่านแล้วก็มีป่าที่เขียวที่ปกคุมทั่วเทือกเขา จึงทำให้อากาศสดชื่นและไม่ร้อนจนเหลือเกิน อีกทั้งในฤดูร้อนนั้นก็จะมีเทศกาลที่สำคัญต่างๆได้แก่ เทศกาลเนบุตะ ที่จะมีขบวนโคมลวดลายงามอย่างใหญ่โต ทั้งยังมีเทศกาลเทศกาลทะนะบะตะ ที่เป็นงานที่นับว่ามีชื่อและยิ่งใหญ่มากที่สุดของเทศกาลในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเทศกาลนี้มีที่มาจากตำนานความรักระหว่างหญิงทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงโค ที่เช้าใจกันว่าดวงดาวของทั้งสองจะมาเจอกันบนทางช้างเผือกเพียงแค่ปีละครั้ง เทศกาลนี้จะได้ตกแต่งประดับประดาไปทั่วเมือง โดยเฉพาะแหล่งช้อปปิ้งก็เต็มไปก็จะมีสีสันของกิ่งไปแต่งแต้มหลากหลายแบบซึ่งตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
3. ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
(ก.ย.-พ.ย.)
เป็นตอนเวลาที่ภูมิภาคโทโฮลุกจะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งมีสีสันที่งดงามตกาลตา เป็นศิลปะที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นมาไว้อย่างงดงาม หนึ่งในสถานที่เที่ยวที่ต้องมาให้ได้ในฤดูนี้ก็คือเทือกเขาฮักโกดะ ซึ่งภูเขานั้นจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีของใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีมีทั้งยังสีส้มแดงเหลือง ซึ่งนักเดินทางสามารถนั่งตะกร้าลอยฟ้าเพื่อดูวิวที่ได้แบบ 360 องศา และก็ยังสามารถผ่อนคลายร่างกายด้วยการแช่ออนเซ็นได้อีกด้วย
4. ฤดูหนาว
(เดือนธันวาคม-มี.ค.)
ในเดือนนี้แม้กระนั้นเต็มไปด้วยหิมะขาวโพน นับว่าเป็นสรวงสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ชอบพอความหนาวเย็นและก็พอใจการเล่นสกีเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งที่นี่จะมีร้านค้าสกีที่มีชื่ออยู่หลายแห่ง ทั้งยังมีกิจกรรมเทศกาลหน้าหนาวจำนวนมากอีกด้วย คนไหนที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นก็สามารถเข้าไปเที่ยวพอดีหมู่บ้านโออุจิจุคุ ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ที่เป็นหมู่บ้านโบราณบ้านเมืองเป็นแบบบ้านญี่ปุ่น ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และได้ถูกรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม

หนีไปพักดามใจ กิน เที่ยว ช๊อบ ที่ ฮอยอัน!

ทัวร์เวียดนามราคาถูก ใครๆก็ต่างรู้จัก ฮอยอัน เมืองเล็กๆที่ใครกันแน่ไปก็ต่างหลงมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ริมฝั่งทะเลใต้ในเขตจังหวัด เที่ยวเวียดนาม กว๋างนาม แล้วจุดแปลงของตรงนี้ก็เมื่อในตอนศตวรรษที่ 16-17 ที่มีการค้าและผู้คนต่างถิ่นย้านเข้ามาอยู่ไม่ว่าจะเป็น คนจีน ญี่ปุ่น ดัตช์ แล้วก็อินเดีย ถึงแม้ในปัจจุบันนี้ตรงนี้จะไม่ได้เป็นศูนย์กลางค้าการขายเหมือนในอดีต กลับได้กลายเป็นเมืองที่มรดกโลกที่ได้เป็นตัวอย่างของเมืองท่า ซึ่งที่นี่ได้มีการประสมประสานสถาปัตยกรรมเขตแดนแล้วก็ฝรั่งเอาไว้ด้วยกันจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกใหม่ บอกเลยว่ามีสถานที่เที่ยวฟินๆในฮอยอันมากมาย ซึ่งจะมีที่ไหนบ้างนั้นก็ตามมาดูกันเลยจ๊ะ
1. เขตเมืองเก่าฮอยอัน
Hoi An Ancient Town
ลักษณะเด่นของเมืองนี้เลยก็คืออาคารสีเหลือง ที่เป็นบ้านโบราณและก็มีประทีปกระดาษที่หลายสี ในความเป็นจริงแล้วเมืองแห่งนี้ก็มีเสน่ห์โดยมีต้นเหตุจากส่วนประกอบหลายๆอย่างมารวมกัน ซึ่งทุกอย่างตรงนี้กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดมาเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ เพื่อนพ้องมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้หากไม่อยากเดินเล่นก็สามารถนั่งสามล้อหรือนั่งเรือเพื่อดูวิว นอกจากจะเดินเล่นดูบรรยากาศและก็อย่าลืมไปหาอาหารอร่อยๆทานกันด้วย ตรงนี้มีของน่ารับประทานล่ะก็หน้าตาแปลกๆให้ได้ลองชิมกันเยอะแยะเลยล่ะจ้ะ
2. บ้านเก่าเลขที่ 101
Old house of Tan Ky
ที่นี่เป็นบ้านไม้สองชั้นที่อายุมากกว่า 75 ปีและจากนั้นก็ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าโบราณยังฮอยอัน บ้านแห่งนี้นับว่าเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็คที่เป็นที่อยู่ที่อาศัยของพ่อค้าในเขตสำคัญที่นี้ บ้านแห่งนี้ได้ถูกการยกย่องเชิดชูในเรื่องความงดงามเป็นบ้าน ที่จัดว่าเป็นบ้านเศรษฐีชาวเรือในละแวกนี้ที่ผู้คนต่างให้ความเคารพ แม้ว่าบ้านนี้จะถูกน้ำหลากมาบ่อยครั้งแล้วแต่ก็ยังคงภาวะดังเดิมไว้อย่างยอดเยี่ยม
3. สะพานญี่ปุ่น
Japanese Covered Bridge
เป็นสะพานที่สร้างมาแล้ว 425 ปีโดยชุมชนคนประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่พศ. 1593 สะพานแห่งนี้ทำเพื่อผ่านสายธารเล็กๆที่เชื่อมต่อไปยังชุมชนจากจีน ซึ่งมีความยาวเกือบ 20 เมตรเชื่อมต่อกับ 2 ถนนหลักหลักๆสะพานญี่ปุ่นนี้โด่งดังในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งวิจิตรบรรจงก็เลยแปลงเป็นสถานที่เที่ยวที่ควรมาอีกแห่งหนึ่ง
4. ร้านกาแฟ
Reaching Out Of Hear Café
ร้านที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านกาแฟเท่านั้นแม้กระนั้นยังเป็นร้านค้าที่สร้างจังหวะให้กับคนไม่สมประกอบทางการได้ยิน ซึ่งภายในร้านค้านั้นถูกตกแต่งด้วยน่ารักน่าเอ็นดูแล้วก็เฟอร์นิเจอร์ไม้ด้านหลังก็จะมีสวนเล็กๆที่ร่มรื่นซึ่งเหมาะกับการดื่มกาแฟกับคุกกี้เป็นอย่างมาก
ทั้งผองนี้ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฮอยอันที่คุณจำเป็นจะต้องไปให้ได้เลยจ้ะคะ เมืองที่นี้มองเห็นเมืองแห่งมนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นผู้คนสถานที่เที่ยวซึ่งแต่ละที่ก็มีประวัติที่มาที่ไปที่นานรวมทั้งน่าดึงดูดอย่างมากมาย หวังว่าทิปหน้าที่คุณจะไปเวียดนาม เที่ยวเวียดนาม จะต้องมาท่องเที่ยวที่ฮอยอันให้ได้ละบอกเลยว่าที่นี่เค้าดีจริงๆ

ท่องเที่ยวใน 4 ฤดู ในโทโฮลุก ประสบการณ์ที่สุดตรึงใจไม่เคยรู้ลืม

ทัวร์ญี่ปุ่น โทโฮลุกเป็นดินแดนที่มีธรรมชาติที่งามเอามากๆถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ใหม่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนยก ซึ่งเกาะนี้เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น วันนี้เราจะมาเล่าถึงประสบการณ์ใน 4 ฤดูของโทโฮปะทุ ว่าเป็นยังไงบ้างมีบรรยากาศคืออะไรตามมามองกัน
ฤดูใบไม้ผลิ
(เดือนเมษายน-พ.ค.)
ช่วงฤดูนี้จะเป็นตอนๆที่คุณจะสามารถเห็นดอกซากุระดอกบานไปทั่วทั้งเมือง ดอกไม้จะบานสะพรั่งสวยสดงดงาม เนื่องจากจะได้รับน้ำอย่างเต็มที่จากหิมะที่ละลายจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นน้ำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ เนื่องจากว่าในพื้นที่นี้มีบางพื้นที่ของโทโฮคุยังอาจจะมีหิมะที่คงเหลืออยู่ มาท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้จึงจะทำให้ได้สัมผัสกับหิมะและก็ความแจ่มใสของดอกซากุระสีชมพูที่บานไปทั้งเมือง ซึ่งจุดชมดอกไม้ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวก็จะเป็นถนนหนทางคันโจไกโดริ ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ซึ่งตรงนี้จะเต็มไปด้วยสีชมพูไปทั้งปวงแล้วก็ถ่ายรูปออกมาก็จะงามมากมายๆ
หน้าร้อน
(เดือนมิถุนายน-ส.ค.)
เป็นช่วงๆที่สภาพอากาศในภูมิภาคโทโฮปะทุถือได้ว่าอากาศที่เย็นสบายไม่ร้อนไม่หนาวจนเหลือเกิน เพราะว่าจะมีลมทะเลที่พัดผ่านจึงช่วยให้คลายร้อนได้ รวมถึงมีป่าที่เขียวขจีปกคลุมทั่วภูเขาจึงทำให้ไม่ได้รู้สึกร้อนมากนัก นอกจากบรรยากาศจะมีชีวิตชีวารวมทั้งยังมีวิวที่งามจากธรรมชาติแล้ว ในฤดูร้อนนี้ก็จะมีงานเทศกาลที่สำคัญดังเช่นว่า เทศกาลเนบุตะ ในจังหวัดอะโอโมริ
นักท่องเที่ยวจะได้ชมขบวนประทีปลวดลายสวยสดงดงามตระการตา เทศกาลอะคิตะคันโต ในจังหวัดอะคิตะ ละลานตากับลีลาการแห่โคมไฟบนเสาไผ่ขนาดยักษ์เทศกาลทะนะบะตะ ทัวร์ญี่ปุ่น ในเมืองเซนได แล้วก็เทศกาลอื่นๆอีกมากมาย
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
(เดือนกันยายน-พ.ย.)
จะเป็นช่วงๆฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี้จะเป็นตอนขณะที่จะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนสีปกคลุมไปทั่วพื้นที่ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่ได้สร้างสรรค์ศิลป์รวมทั้งความสวยชักชวนให้เพลินตาเพลินใจเป็นอย่างมาก ภูเขารวมทั้งทั้งเมืองนั้นจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่มีทั้ง สีส้มเหลือง แดง สลับกัน ต้องการจะมองเห็นเมืองแบบชัดๆและชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบทั่วๆเมืองก็สามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้า เพื่อที่จะได้ชมทัศนียภาพของภูเขาฮักโกดะระดับล่างได้อย่างเต็มตา
ในฤดูหนาว
(ธ.ค.-มี.ค.)
จะเป็นตอนที่ทั้งหมดทุกอย่างจะขาวมากไปด้วยหิมะ ถือเป็นสรวงสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ถูกใจความหนาวเย็นหรืออยากมาสัมผัสหิมะมองสักครั้ง ตรงนี้มีลานสกีที่เป็นที่รู้จักอยู่หลายที่ให้ได้เล่นสนุกกันซึ่งถือเป็นกิจกรรมหน้าหนาว ที่ทุกคนจะต้องเล่น ทั้งยังมีงานที่ครึกโครมซึ่งเป็นเทศกาลหน้าหนาวมากไม่น้อยเลยทีเดียว

4 สถานที่ท่องเที่ยวหมู่บ้านสไตล์ยุโรป ในประเทศเกาหลี!!!

เที่ยวเกาหลี คนใดที่จะอยากท่องเที่ยวประเทศเกาหลี เที่ยวเกาหลี และต้องการที่จะท่องเที่ยวแบบสไตล์ยุโรปด้วย วันนี้เราก็เลยมีสถานที่เที่ยวเป็นหมู่บ้านสไตล์ยุโรปที่อยู่ในเกาหลี!! บอกเลยว่าคุณจำเป็นที่จะต้องรักหมู่บ้านที่เราได้เสนอแนะไปแน่นอนเนื่องจากสถานที่เที่ยวที่อยากจะแนะนำนี้ บอกเลยว่าบรรยากาศดีอาหารอร่อย อีกทั้งยังเป็นแบบสไตล์ยุโรปอีกด้วย เอาละพวกเรามาดูกันเลยว่ามีหมู่บ้านอะไรบ้าง ตามกันมาเลยคะ!!

1. หมู่บ้านเทพนิยาย
Fairytale Village
ในตอนปี ค.ศ. 1883 เมืองอินชอน ได้รับการแต่งให้เป็นเมืองท่า จึงทำให้มีชาวต่างประเทศเยอะแยะเข้ามาตั้งภูมิลำเนาในย่านนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนจีน แล้วก็เพราะว่าคนต่างชาติเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่นี่กันจำนวนมาก ก็เลยทำให้คนเกาหลีต้องย้ายที่อยู่ออกไปดำเนินชีวิตที่เมืองอื่น ทำให้เมืองที่นี้มีความครื้นครึกลดน้อยลงรวมทั้งซึมเซา ชาวบ้านต่างๆก็ได้คิดกันว่าจะทำไงดีให้เมืองแห่งนี้กลับมามีชีวิตและก็สีสันอีกครั้ง จึงได้มีไอเดียในการตกแต่งเมืองทั้งเมืองให้มีตัวการ์ตูนหรือเทพนิยายในประเด็นต่างๆจึงทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยความแจ่มใสสไตล์ยุโรปของการ์ตูน การมาท่องเที่ยวหมู่บ้านที่นี้จะก่อให้คุณรู้สึกเสมือนย้อนวัยเด็กอีกครั้ง รวมทั้งรู้สึกเหมือนได้ท่องเที่ยวสวนสนุกเลยล่ะจ้ะ

2. หมู่บ้านสีลูกอม
Provence Village
ตั้งอยู่ที่เมืองพาจู จังหวัดคยองกี อยู่ใกล้กับชายแดนของประเทศเกาหลีเหนือ สถานที่เที่ยวยอดฮิตที่นักเดินทางจะมาท่องเที่ยวที่นี่กันจำนวนไม่ใช่น้อย หมู่บ้านแห่งนี้ก็จะให้บรรยากาศแบบยุโรปเหมือนหมู่บ้านฝรั่งเศส ซึ่งในบ้านแต่ละหลังนั้นจะมีชีวิตชีวาที่แจ่มใส ไม่ว่าจะเป็นตัวบ้านหน้าต่างประตูก็ถูกแต่งแต้มให้มีสีสันที่ชวนชมที่มีสีเปรียบเสมือนลูกอม ทั้งยังร้านของที่นี่ยังมีความเป็นเอกลักษณ์มหาศาลเลยจ๊า เพราะมีการตกแต่งร้านรวมทั้งรูปแบบของงานที่ไม่ซ้ำกัน ทั้งยังที่นี่ยังมีร้านขนมปังและก็ร้านสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมตั้งแต่เข้ามาในเมือง มีเสื้อผ้าและร้านคาเฟ่สไตล์ยุโรปอีกด้วย

3. หมู่บ้านฝรั่งเศส
Petite France
เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมประเทศฝรั่งเศสขนาดเล็ก ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อคิดถึง อองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี เที่ยวเกาหลี คนเขียนเรื่องพระราชโอรสน้อยนั่นเอง ที่อยู่อาศัยของตรงนี้จะเป็นสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่นของประเทศฝรั่งเศส สีสันสดใสตัวอาคารจะเน้นย้ำเป็นสีเหลืองแล้วก็หลังคาเป็นสีน้ำตาลอ่อนที่เรียงตัวกันอย่างงดงาม แล้วตรงนี้ก็ยังเคยใช้ถ่ายทำละครของเกาหลีมาก บอกเลยจ้ะว่าที่นี่บรรยากาศดีไม่แพ้กับประเทศฝรั่งเศสจริงๆเลยทีเดียว

4. สวิตเซอร์แลนด์ทาวน์
Edelweiss Swiss
ตั้งอยู่ในเมืองค้างพยอง จังหวัดคยองกี เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ได้สร้างตามสไตล์บ้านช่องในบ้านนอกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตึกนั้นก็ได้ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันที่แจ่มใสตัดกับภูเขาที่เขียวชอุ่มที่ปิดล้อมเมือง หากจะให้บอกในเรื่องของบรรยากาศบอกเลยว่าไม่แพ้ที่สวิตเซอร์แลนด์เลย ด้วยเทือกเขาที่เขียวชะอุ่มและก็ความแตกต่างจากตัวเมือง จึงทำให้ตรงนี้ดีบรรยากาศที่บรรเทาและก็เย็นสบายเป็นอย่างมาก เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการมาท่องเที่ยวแล้วไม่ได้อยากต้องการเจอความระส่ำระสายอย่างมากมาย

แบกกระเป๋าท่องเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด!!

ทัวร์เกาหลีราคาถูก ประเทศเกาหลีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่งามทางวัฒนธรรมรวมทั้งการท่องเที่ยวที่มากมาย ทัวร์เกาหลี ซึ่งมีเอกลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมที่สะดุดตา วันนี้พวกเราจะมาชี้แนะเพื่อนพ้องๆที่จัดกระเป๋าท่องเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ว่าควรจะทราบอะไรบ้างเพื่อที่จะได้ท่องเที่ยวประเทศเกาหลีได้อย่างสนุกสนานมากขึ้น
ในปัจจุบันนี้สายการบินที่ให้บริการไปยังประเทศเกาหลีในกรุงเทพมหานครนั้น โดยมากจะบินไปลงอยู่ 3 สนามบินร่วมกันคือ ท่าอากาศยานนานาประเทศอินชอน ซึ่งอยู่ติดกับกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้, สนามบินนานาประเทศคิมแฮ เมืองปูซาน แล้วก็สนามบินนานาชาติเชจู เกาะเชจู แล้วก็ที่คนเป็นจำนวนมากมายจะไปท่องเที่ยวกันซึ่งก็คือกรุงโซลที่เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลี เนื่องจากมีแหล่งช้อปปิ้งมีร้านอาหารเยอะมากให้ท่านได้เที่ยว

1. วีซ่า
สำหรับนักเดินทางไทยจะได้รับการละเว้นการตรวจลง ในความหมายซึ่งก็คือผู้ใดก็ตามที่ถือพาสปอร์ตไทยก็ไม่ต้องทำเรื่องขอวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง รวมทั้งการเข้ามาในประเทศเกาหลีคุณสามารถอยู่ในเกาหลีได้ไม่เกิน 90 วันซึ่งจะต้องไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง ซึ่งก็คือมาเพื่อการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น

2. ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ขณะนี้ด่านตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีนั้นจะเข้มงวดมากขึ้น โดยยิ่งไปกว่านั้นกับชาวไทยเพราะมีคนไทยบางกลุ่มได้แอบลักลอบเข้าไปทำงานอย่างไม่ถูกกฎหมาย มีการก่ออาชญากรรมการทำงานแล้วก็ทำของผิดกฎหมายในประเทศเกาหลี ก็เลยทำให้รัฐบาลของเกาหลีนั้นจำเป็นต้องเอาจริงเอาจังในหัวข้อการเดินทางเข้าประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสำหรับผู้ที่จะไปท่องเที่ยวก็ควรจะมีเอกสารการันตีตัวตนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเรือบินเที่ยวกลับ กลยุทธ์เดินทางท่องเที่ยว และเอกสารการจองที่พัก แค่เพียงนี้คุณก็สามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้แบบพอใจได้เลย

3. ของที่ห้ามนำเข้าในประเทศเกาหลี
ของที่ห้ามนําเข้าประเทศเกาหลีก็จะมีอยู่หลายชนิดก็จะได้แก่ พืช ผัก ผลไม้ สัตว์น้ำ ยาลดความอ้วน สินค้าแปรรูปจากเนื้อสัตว์และอาหารทะเล สารเสพติด ยารักษาโรคบางจำพวก วัตถุทะลึ่ง สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ อาวุธ และเงินเกินกว่า 10,000 ดอลลาร์ ฯลฯ ดังนั้นของต้องห้ามเหล่านี้คุณจำเป็นที่จะต้องห้ามนำเข้าประเทศเกาหลีเด็ดขาด

4. วัฒนธรรมของคนเกาหลี
ประเทศเกาหลีเขาจะถือในเรื่องของสิทธิบุคคลกันเป็นอันมาก ดังเช่นว่าการถ่ายภาพบุคคลถ่ายภาพเด็กหรือถ่ายภาพคนอื่นก็ห้ามถ่ายเด็ดขาด เที่ยวเกาหลี ด้วยเหตุว่านับว่าไม่ได้รับการยินยอมพร้อมใจนั้นก็จะทำให้ถูกจับและเข้าตารางเจ้าตารางได้เลย แล้วเวลาอยู่ในที่ชุมชนคุณก็ไม่สมควรที่จะส่งเสียงดัง การกินของกินในร้านฟาสต์ฟู้ดคุณก็จะต้องเก็บภาชนะเองให้เป็นระเบียบ

5. ของที่ควรมีติดกระเป๋า
สิ่งที่คุณน่าจะพกอยู่เสมอเวลาเลยก็คือถ้าหากว่าคุณเจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัวอยู่ก็ควรจะพกยารักษาโรค ซึ่งหากว่ากลัวเอายาขึ้นเครื่องบินมิได้ก็ควรมีใบรับรองแพทย์ประจำตัวไปด้วย ทั้งจะต้องมีบัตรเครดิตประจำตัวเอาไว้เผื่อยามฉุกเฉิน

6. การเดินทางในประเทศเกาหลี
การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีนั้นค่อนจะสะดวก เนื่องจากว่าในเกือบทุกพื้นที่จะมีรถประจำทางสาธารณะและมีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ให้บริการมากกว่า 20 สาย ก็เลยมั่นอกมั่นใจได้เลยว่าคุณจะสามารถเดินทางไปเที่ยวโน่นนี่โน่นได้อย่างสบายใจอย่างแน่แท้ รถเมล์นั้นใช้ง่ายอย่างยิ่งๆก่อนขึ้นก็แค่แตะต้องบัตรหรือว่าหยอดเหรียญ บนรถยนต์ก็จะมีป้ายไฟที่วิ่งบอกตลอดว่าอยู่สถานีไหน หรือคุณจะใช้บริการของแท็กซี่ก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน